ใหม่ !!!! มาตรการลดหย่อนภาษี - Rego Thailand

เมื่อ วันที่ 3 ธันวาคม 2562 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการในการให้สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังนี้

1. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินสนับสนุนและเงินชดเชยตามมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ( “ชิม ช้อป ใช้”)
ภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2562 โดยเงินสนับสนุนและเงินชดเชยที่บุคคลผู้มีสิทธิได้รับตามมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ อันเนื่องมาจากการซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ขายสินค้า หรือผู้ให้บริการผ่านระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่ได้รับเงิน 1,000 บาท หรือเงินที่ได้รับคืน (Cash back) ในกระเป๋าที่ 2 จะได้รับยกเว้นไม่ต้องนำจำนวนเงินที่ได้รับมานั้น ไปรวมกับเงินได้อื่น ในการคำนวณ และยื่นแบบ เสีย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประจำปี ภาษี 2562

2. กองทุนรวม
2.1 กองทุนรวมเพื่อการออม (Super Saving Fund : SSF) กองทุนนี้เป็นกองทุนเพื่อการออมระยะยาวรูปแบบใหม่ ซึ่งจะเข้ามาแทนที่ กองทุน LTF ที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะสิ้นสุดลง ณ สิ้นปี 2562 นี้ โดยบุคคลทั่วไปทีจ่ายเงินเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ประกอบกับเงื่อนไขในการได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้
– หักลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับเงินที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ (กองทุน RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ หรือเงินจ่ายเบี้ยประกันชีวิตสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ) แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท ในแต่ละปีภาษี โดยกองทุนสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ได้ทุกประเภท
– ไม่กำหนดจำนวนขั้นต่ำในการซื้อหน่วยลงทุน แต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินแต่รวมแล้วไม่เกิน 200,000. บาท
– ไม่กำหนดเงื่อนไขในการซื้อต่อเนื่อง
– ผู้ซื้อกองทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่อถือมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 10 ปี
– เงินค่าซื้อหน่วยลงทุน สามารถหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีภาษีเงินได้ 5 ปี ภาษี ( ปี 2563 – 2567)
– หากปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมด เงินที่ได้รับจากการขายหน่วยลงทุน จะได้รับยกเว้น ภาษี ไม่ต้องนำเงินได้นี้ ไปรวมเป็นเงินได้ในการคำนวณภาษี

2.2 ปรับปรุงหลักเกณฑ์ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับเงินที่ซื้อหน่วยลงทุน RMF
– ปรับยอดค่าลดหย่อน เงินที่ซื้อหน่วยลงทุน จากเดิม สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน เป็น 30% แต่ไม่เกิน 500,000. บาท เมื่อรวมกับ ยอดซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเกษียนอื่น ๆ
– ยกเลิก จำนวนเงินขั้นต่ำในการซื้อหน่วยลงทุน จากเดิม ไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้พึงประเมิน หรือไม่น้อยกว่า 5,000. บาท ต่อปี แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า
– ยังคงกำหนดให้ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี และไม่ระงับการซื้อเกิน 1 ปี ติดต่อกันเช่นเดิม มาตรการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ในกองทุนทั้ง สองประเภทข้างต้น จะมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่ ปีภาษี 2563 เป็นต้นไป

about_img6
คุณสุทธิพงษ์ ศรีสอาด

เป็นผู้ชำนาญการและคุณวุฒิด้านภาษีอากร (Master of Taxation Law, Sydney Australia) มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษา ภาษีอากรไทย และภาษีระหว่างประเทศ โดยในระยะเวลา ร่วม 30 ปี ที่ผ่านมา คุณสุทธิพงษ์ ศรีสอาด ได้ให้คำปรึกษาปัญหา เกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม สรรพสามิต ศุลกากร ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งไทยและต่างชาติ ตรวจสอบและวางแผนธุรกรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับภาษีระหว่างประเทศ อนุสัญญาภาษีซ้อน ตลอดจนเป็นผู้บรรยาย องค์ปาฐกในงานสัมมนา ภาษีอากรทั้งในและต่างประเทศ เขียนบทความเกี่ยวกับภาษีอากร เป็นต้น